Blind Date with a Book นัดครั้งนี้.... มีหนังสือเป็นคู่เดต

Blind Date with a Book นัดครั้งนี้.... มีหนังสือเป็นคู่เดต

28 ม.ค. 68 1618

    

นัดบอดกับหนังสือแปลกหน้า

“Blind Date with A Book” หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “Book Blind Date” เป็นกิจกรรมที่นิยมในกลุ่มนักอ่าน และร้านหนังสือ ที่มักใช้เป็นกลยุทธ์ส่งเสริมการขายหนังสือ เริ่มต้นจากการห่อหนังสืออย่างง่ายๆ เพื่อไม่ให้คนอ่านเห็นหนังสือ ไม่รู้จักชื่อ และไม่รู้ว่าแนวไหน มีหลักการเหมือน “นัดบอด” ที่คู่เดตจะไม่รู้จักกัน ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ไม่รู้จักนิสัยใจคอ แต่จะเริ่มทำความรู้จักกันผ่านการพูดคุยหรือเริ่มทำกิจกรรมร่วมกัน ในขณะที่ Book Blind Date จะมีการบอกเล่าความน่าสนใจของหนังสือนั้นผ่านข้อความสั้นๆ เช่น นิยาม คำโปรย คีย์เวิร์ด ที่เขียนแปะไว้บนกระดาษห่อ หรืออาจจะแอบสื่อสารผ่านดีไซน์การห่อปกและการตกแต่ง เสน่ห์ และความสนุกของกิจกรรมนี้คือ เราจะไม่มีทางรู้ว่าใครเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนั้น และหนังสือเล่มที่หยิบเป็นเรื่องอะไร เหมือนเป็นการนัดบอดกับหนังสือแปลกหน้าสักเล่ม โดยไม่ตัดสินกันที่หน้าปก ทำให้เห็นภาพของสำนวน “Don’t judge a book by its cover” ที่ใช้เปรียบเปรยได้ทั้งคน และสิ่งของ  

Blind Date with A Book ที่ ม.ทักษิณ

Blind Date with A Book  ของกลุ่มนิสิต มหาวิทยาลัยทักษิณ เริ่มต้นก่อร่างสร้างชุมชนคนรักการอ่านแบบมีลูกเล่น จากโครงการ “Nurturing University Students’ Love of Reading through Intercultural Activities in Thaksin University, Songkhla, Thailand” ของอาจารย์ดิญะพร วิสะมิตนันท์ อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งได้รับทุนจาก The John F. Kennedy Foundation of Thailand ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่านผ่านการเรียนรู้วัฒนธรรมให้กับนิสิต มหาวิทยาลัยทักษิณ  

    

Blind Date with A Book ถูกจัดขึ้นบริเวณ Sky View Room ซึ่งเป็น Co-Learning และ Co-Working space พื้นที่สำหรับรองรับกิจกรรมสร้างสรรค์และส่งเสริมการเรียนรู้อีกจุดหนึ่งของมหาวิทยาลัย โดยมีศิษย์เก่าคนเก่งจากคณะศึกษาศาสตร์ 2 คนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย คือ นายวิลดาน มูนะ จากสาขาวิชาภาษาอังกฤษ รับหน้าที่ผู้นำกิจกรรมหลัก และนางสาวอมฤต จิตรนิรัตน์ จากสาขาวิชาภาษาไทย ซึ่งตอนนี้เติบโตอย่างงดงามอยู่ในแวดวงนักเขียน เจ้าของนามปากกา “ภมุภามุ” ที่มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ได้มาแบ่งปันเกี่ยวกับงานเขียนเล่มล่าสุดของเธอ "แดดบ่ายวันนี้มีสีเหมือนเธอ"

เกือบร่วม 4 ชั่วโมงของกิจกรรมนัดบอดหนังสือที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความสนุกสนาน ด้วยกิจกรรมย่อยที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมละลายพฤติกรรม ด้วยเกมต่อคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงไฮไลท์ Blind Date with A Book โดยให้นิสิตเลือกคู่จากหนังสือที่ห่อปกเอาไว้ จากนั้นก็ตามหา Book buddy เจ้าของหนังสือที่ถูกห่อไว้เพื่อเป็น “เพื่อนคู่อ่าน” และใช้เวลาพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับหนังสือเล่มโปรด เล่มนั้น ทั้งความน่าสนใจ ไฮไลท์ของเรื่องราว แรงบันดาลใจที่ได้ และให้แบ่งปันกันไปอ่านในช่วงเวลา 1 -2 เดือนหลังจากนี้ ต่อด้วยช่วง Speed Date ที่ให้นิสิตจับคู่พูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง แชร์ความคิดเห็นกันแบบเร็วๆ ประมาณ 2 นาที ตามประเด็นที่ผู้นำกิจกรรมกำหนด ได้แก่ หนังสือที่เล่าเรื่องในอนาคตดีกว่าหนังสือที่เล่าเรื่องในอดีต, หนังสือที่เล่าเรื่องจริงมีคุณค่ามากกว่าหนังสือประเภทนวนิยาย, มันไม่ผิดเลยที่เราจะตัดสินหนังสือด้วยปกของมัน และหนังสือย่อมดีกว่าหนังเสมอ โดยจะเปลี่ยนคู่คุยกันไปในแต่ละประเด็น ซึ่งช่วยในการปรับวิธีคิด เพิ่มประสบการณ์แปลกใหม่ และสร้างมุมมองใหม่ๆ ให้กับนิสิตได้อย่างดี

      

ส่งเสริมการอ่าน เพิ่มพูนทักษะด้านภาษา

ความพิเศษของ Blind Date with A Book ไม่เพียงแต่ส่งเสริมด้านการอ่าน แต่ยังเพิ่มพูนประสบการณ์และทักษะด้านภาษาอังกฤษให้กับนิสิตอย่างมากมาย เพราะนิสิตได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ในการสื่อสาร ทั้งยังได้นายวิลดาน มูนะ ที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับเยี่ยมยอดเป็นผู้ดำเนินกิจกรรม และยิ่งกว่านั้น คือการได้รับเกียรติจาก Dr. Kevin F. F. Quigley, Fulbright Specialist จากประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้โครงการ Fulbright Specialist Program เข้าร่วมกิจกรรมตลอดรายการ และได้แบ่งปันเกี่ยวกับหนังสือเล่มโปรดและวัฒนธรรมการอ่านของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีการส่งเสริมการอ่านอย่างกว้างขวาง รวมทั้งได้แบ่งปันแนวคิดเกี่ยวกับหนังสือ “100 Rules of Love” ร่วมกับนิสิตในช่วง Book buddy ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับ Dr. Kevin F. F. Quigley เป็นอย่างมากที่เห็นนิสิตรักการอ่าน และสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดี ทั้งการทำความเข้าใจเนื้อเรื่องและการถ่ายทอดด้วยภาษาอังกฤษ  

    

นิสิต... คิดอย่างไร กับ Blind Date with A Book

“เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์และน่าตื่นเต้นมาก ในการห่อหนังสือด้วยกระดาษธรรมดาโดยไม่เปิดเผยชื่อหน้าปก ทำให้การอ่านหนังสือเป็นประสบการณ์ที่ท้าทาย เหมือนกับการแกะของขวัญปริศนา”

“กิจกรรมที่ทำให้ผมสนุกที่สุด คือ กิจกรรมที่ให้จับคู่หรือจับกลุ่มคุยกันเกี่ยวกับหนังสือ ได้แลกเปลี่ยนความคิด แลกเปลี่ยนมุมมองต่างๆ จากหนังสือ และจากเพื่อนๆ หลายๆคน”

“ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม เราอาจจะคิดว่าเราชอบหนังสือแค่เเนวเดียว แต่หลังจากกิจกรรมทำให้รู้ว่ามีอีกหลายแนวที่น่าสนใจมาก เหมือนเปิดโอกาสได้เจอสิ่งใหม่  และรู้สึกรักการอ่านมากขึ้น”  

เสียงสะท้อน...จากนิสิตบางส่วน

นิสิตที่เข้าร่วม Blind Date with a Book มีความเห็นคล้ายกันว่าเป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุกและท้าทาย บางคนรู้สึกสนุกกับการเลือกหนังสือโดยไม่รู้เนื้อหาหรือประเภทของมัน ซึ่งทำให้การอ่านเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เหมือนกับการแกะกล่องของขวัญที่ลุ้นว่าจะได้อะไร และเมื่อได้พบกับเจ้าของหนังสือ ก็ได้เรียนรู้เรื่องราวและความคิดของเพื่อนผ่านหนังสือเล่มโปรด นอกจากนี้ การที่ไม่เห็นหน้าปกหนังสือ ทำให้เราไม่ตัดสินมันจากภายนอก แต่จะมองไปที่เนื้อหาภายใน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้เจอหนังสือใหม่ๆ ที่เราอาจไม่เคยคิดจะอ่าน  

   

บางคนเข้าร่วมด้วยความรู้สึกกลัวหรือกังวลว่าอาจจะไม่เหมาะสมกับกิจกรรมนี้ เพราะไม่ได้จัดตัวเองให้อยู่ในหมวด “คนรักอ่าน” และคิดว่าเป็นกิจกรรมที่น่าจะเหมาะกับ Book Lover เท่านั้น แต่เมื่อได้มาร่วมกิจกรรมกลับพบว่า Blind Date with a Book เหมาะกับทุกคน เป็นกิจกรรมที่ทำให้พวกเขารู้สึกสนุกและเปิดโลกใหม่เกี่ยวกับการอ่าน ทั้งยังทำให้กล้าพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม และทำให้รู้สึกอยากอ่านหนังสือมากขึ้นกว่าแต่ก่อน  

    

ใครกันที่บอกว่า “หนังสือกำลังจะตาย” ใครกันที่บอกว่า “คนไทยอ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัด”....จากการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนิสิต ได้เห็นหนังสือเล่มโปรดที่พวกเขาอ่าน และได้รับฟังการสะท้อนกลับของพวกเขาหลังจากได้ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน กลับทำให้พบว่ายังมี “คนรักการอ่าน” อีกมากมาย....ที่รอให้เราพบเจอ

........................................................................................

เรียบเรียง : งานสื่อสารองค์กร  สำนักงานมหาวิทยาลัยทักษิณ  

#Blind_Date_with_a_Book #BookBlindDate #bookclub #HUSO #คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ #คณะศึกษาศาสตร์ #TSUNEWS #มหาวิทยาลัยทักษิณ #The John_F_Kennedy_Foundation #JFK #Fulbright #Fulbrighter #USA #รักการอ่าน