Black Ribbon Top Right
สีดา ดวงแก้วแห่งแผ่นดิน ม.ทักษิณ สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย ร้อยศิลป์พื้นถิ่น สู่เวทีร่วมสมัย

สีดา ดวงแก้วแห่งแผ่นดิน ม.ทักษิณ สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย ร้อยศิลป์พื้นถิ่น สู่เวทีร่วมสมัย

21 ส.ค. 69 38

เมื่อ “สีดา” ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในวรรณคดี แต่ถูกนำมาร้อยเรียงใหม่ผ่านโนรา นาฏศิลป์ชวา โขน และละครร่วมสมัย ม.ทักษิณ เปิดเวที “สีดา ดวงแก้วแห่งแผ่นดิน” เชื่อมรากศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นเข้ากับการสร้างสรรค์ร่วมสมัย ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความเสียสละ และความเข้มแข็ง ผ่านพลังของศิลปะที่เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับมรดกทางวัฒนธรรมไทย

เรื่องราวของ “สีดา” ถูกนำมาตีความผ่านศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งโนรา นาฏศิลป์ชวา โขน และละครร่วมสมัย จึงเกิดเป็นการแสดงที่ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงเรื่องราวจากวรรณคดี หากแต่ชวนมองความหมายของ “แม่” ผ่านความรัก ความเสียสละ ความอดทน และความเข้มแข็งของผู้หญิง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จัดการแสดงร่วมสมัย “สีดา ดวงแก้วแห่งแผ่นดิน” ภายใต้โครงการมหกรรมดนตรี ศิลปะและวัฒนธรรม “สืบสานปณิธาน พลเอกเปรม ติณสูลานนท์” (Big Music and Arts Festival) ประจำปี 2569 ณ หอเปรมดนตรี มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา โดยมี นายบัญญัติ จันทน์เสนะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และประธานมูลนิธิเรารักสงขลาเฉลิมพระเกียรติ ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการแสดง พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ นิสิต ศิลปิน นักแสดง และผู้สนใจเข้าร่วมชมการแสดง

การแสดงจัดขึ้นในเดือนแห่งวันแม่แห่งชาติ เพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจอันทรงคุณูปการของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะ “แม่ของแผ่นดิน” ผู้ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยเพื่อประชาชน รวมถึงทรงส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมและวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น

แนวคิดของ “สีดา ดวงแก้วแห่งแผ่นดิน” เชื่อมโยงความหมายของคำว่า “แม่” ในมิติที่กว้างกว่าผู้ให้กำเนิด แต่ยังหมายถึงผู้ให้ความรัก ผู้เสียสละ ผู้ดูแล และผู้ที่ยืนหยัดเพื่อคนที่ตนรัก โดยนำ “นางสีดา” ตัวละครสำคัญจากวรรณคดีไทยมาตีความใหม่ ผ่านศาสตร์การแสดงที่หลากหลาย เพื่อเชื่อมโยงศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับการแสดงร่วมสมัย

รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยทักษิณให้ความสำคัญกับการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และศาสตร์ทางศิลปะ ซึ่งมีทั้งคุณค่าและมูลค่า สามารถต่อยอดสู่การศึกษาและการวิจัย รวมถึงเชื่อมโยงกับแนวคิดด้าน Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมุ่งสร้างการผสมผสานระหว่างอัตลักษณ์ความเป็นพื้นถิ่นกับความเป็นสากล “จากรากสู่โลก จากโลกสู่เรา” เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นสามารถก้าวสู่ระดับสากล และนำองค์ความรู้จากโลกกลับมาเชื่อมโยงและสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่

ด้าน นายบัญญัติ จันทน์เสนะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และประธานมูลนิธิเรารักสงขลาเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า ศิลปะไม่ได้มีคุณค่าเพียงความงดงาม หากยังเป็นพลังแห่งการเรียนรู้ การสืบสานวัฒนธรรม และการสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ โดยการแสดงครั้งนี้เป็นอีกพื้นที่สำคัญในการนำศิลปวัฒนธรรมมาถ่ายทอดผ่านรูปแบบร่วมสมัย และสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทยให้เกิดขึ้นกับผู้ชมและคนรุ่นใหม่

การแสดงแบ่งออกเป็น 5 องก์ ได้แก่ “กำเนิดสีดา” ถ่ายทอดผ่านการแสดงโนรา, “ยกศรสยุมพร” ผ่านนาฏศิลป์ชวา, “ลักสีดา” ผ่านการแสดงโขน, “ลุยไฟ” ผ่านละครร่วมสมัย และ “คืนครอง” ซึ่งเป็นการแสดงรวมพร้อมนักร้องประสานเสียง ก่อนปิดท้ายด้วยการร้อยเรียงศิลปะการแสดงหลากหลายแขนงให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน

ผลงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ คณาจารย์ นิสิต ศิลปิน และนักแสดงจากเครือข่ายหลายสถาบัน โดยใช้ศิลปะเป็นทั้งพื้นที่แห่งความงดงาม แหล่งเรียนรู้ และพลังในการสืบสานวัฒนธรรม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทย

“สีดา ดวงแก้วแห่งแผ่นดิน” จึงไม่ใช่เพียงการนำเรื่องราวของนางสีดามาถ่ายทอดบนเวที แต่เป็นการนำศิลปะ วรรณคดี ความเชื่อ และแนวคิดเรื่องความเป็นแม่ มาร้อยเรียงผ่านภาษาการแสดงหลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งต่อคุณค่าของความรัก ความเสียสละ ความเข้มแข็ง และศักดิ์ศรีของผู้หญิง พร้อมร่วมอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไป

.........................................

ข่าว: งานสื่อสารองค์กร สำนักงานมหาวิทยาลัยทักษิณ