เมื่อ “สีดา” ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในวรรณคดี แต่ถูกนำมาร้อยเรียงใหม่ผ่านโนรา นาฏศิลป์ชวา โขน และละครร่วมสมัย ม.ทักษิณ เปิดเวที “สีดา ดวงแก้วแห่งแผ่นดิน” เชื่อมรากศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นเข้ากับการสร้างสรรค์ร่วมสมัย ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความเสียสละ และความเข้มแข็ง ผ่านพลังของศิลปะที่เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับมรดกทางวัฒนธรรมไทย

เรื่องราวของ “สีดา” ถูกนำมาตีความผ่านศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งโนรา นาฏศิลป์ชวา โขน และละครร่วมสมัย จึงเกิดเป็นการแสดงที่ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงเรื่องราวจากวรรณคดี หากแต่ชวนมองความหมายของ “แม่” ผ่านความรัก ความเสียสละ ความอดทน และความเข้มแข็งของผู้หญิง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จัดการแสดงร่วมสมัย “สีดา ดวงแก้วแห่งแผ่นดิน” ภายใต้โครงการมหกรรมดนตรี ศิลปะและวัฒนธรรม “สืบสานปณิธาน พลเอกเปรม ติณสูลานนท์” (Big Music and Arts Festival) ประจำปี 2569 ณ หอเปรมดนตรี มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา โดยมี นายบัญญัติ จันทน์เสนะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และประธานมูลนิธิเรารักสงขลาเฉลิมพระเกียรติ ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการแสดง พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ นิสิต ศิลปิน นักแสดง และผู้สนใจเข้าร่วมชมการแสดง

การแสดงจัดขึ้นในเดือนแห่งวันแม่แห่งชาติ เพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจอันทรงคุณูปการของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะ “แม่ของแผ่นดิน” ผู้ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยเพื่อประชาชน รวมถึงทรงส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมและวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น

แนวคิดของ “สีดา ดวงแก้วแห่งแผ่นดิน” เชื่อมโยงความหมายของคำว่า “แม่” ในมิติที่กว้างกว่าผู้ให้กำเนิด แต่ยังหมายถึงผู้ให้ความรัก ผู้เสียสละ ผู้ดูแล และผู้ที่ยืนหยัดเพื่อคนที่ตนรัก โดยนำ “นางสีดา” ตัวละครสำคัญจากวรรณคดีไทยมาตีความใหม่ ผ่านศาสตร์การแสดงที่หลากหลาย เพื่อเชื่อมโยงศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับการแสดงร่วมสมัย

รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยทักษิณให้ความสำคัญกับการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และศาสตร์ทางศิลปะ ซึ่งมีทั้งคุณค่าและมูลค่า สามารถต่อยอดสู่การศึกษาและการวิจัย รวมถึงเชื่อมโยงกับแนวคิดด้าน Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมุ่งสร้างการผสมผสานระหว่างอัตลักษณ์ความเป็นพื้นถิ่นกับความเป็นสากล “จากรากสู่โลก จากโลกสู่เรา” เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นสามารถก้าวสู่ระดับสากล และนำองค์ความรู้จากโลกกลับมาเชื่อมโยงและสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่

ด้าน นายบัญญัติ จันทน์เสนะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และประธานมูลนิธิเรารักสงขลาเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า ศิลปะไม่ได้มีคุณค่าเพียงความงดงาม หากยังเป็นพลังแห่งการเรียนรู้ การสืบสานวัฒนธรรม และการสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ โดยการแสดงครั้งนี้เป็นอีกพื้นที่สำคัญในการนำศิลปวัฒนธรรมมาถ่ายทอดผ่านรูปแบบร่วมสมัย และสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทยให้เกิดขึ้นกับผู้ชมและคนรุ่นใหม่
การแสดงแบ่งออกเป็น 5 องก์ ได้แก่ “กำเนิดสีดา” ถ่ายทอดผ่านการแสดงโนรา, “ยกศรสยุมพร” ผ่านนาฏศิลป์ชวา, “ลักสีดา” ผ่านการแสดงโขน, “ลุยไฟ” ผ่านละครร่วมสมัย และ “คืนครอง” ซึ่งเป็นการแสดงรวมพร้อมนักร้องประสานเสียง ก่อนปิดท้ายด้วยการร้อยเรียงศิลปะการแสดงหลากหลายแขนงให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน

ผลงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ คณาจารย์ นิสิต ศิลปิน และนักแสดงจากเครือข่ายหลายสถาบัน โดยใช้ศิลปะเป็นทั้งพื้นที่แห่งความงดงาม แหล่งเรียนรู้ และพลังในการสืบสานวัฒนธรรม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทย

“สีดา ดวงแก้วแห่งแผ่นดิน” จึงไม่ใช่เพียงการนำเรื่องราวของนางสีดามาถ่ายทอดบนเวที แต่เป็นการนำศิลปะ วรรณคดี ความเชื่อ และแนวคิดเรื่องความเป็นแม่ มาร้อยเรียงผ่านภาษาการแสดงหลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งต่อคุณค่าของความรัก ความเสียสละ ความเข้มแข็ง และศักดิ์ศรีของผู้หญิง พร้อมร่วมอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไป
.........................................
ข่าว: งานสื่อสารองค์กร สำนักงานมหาวิทยาลัยทักษิณ