Black Ribbon Top Right
กาฬโรค รู้จักเชื้อร้าย หลุดจากห้องแล็บ โลกผวา เสี่ยงระบาด
ฟังด้วยเสียง
0:00 / 0:00

กาฬโรค รู้จักเชื้อร้าย หลุดจากห้องแล็บ โลกผวา เสี่ยงระบาด

7 ต.ค. 69 84

จากเหตุการณ์นักวิจัยหญิงวัย 28 ปีเสียชีวิต ภายหลังเกิดอุบัติเหตุทำหลอดทดลองแตกภายในห้องปฏิบัติการของสถาบันต่อต้านกาฬโรคแห่งไซบีเรียและตะวันออกไกล เมืองเชเลคอฟ ใกล้เมืองอีร์คุตสค์ ประเทศรัสเซีย และมีการเร่งกักตัวผู้เกี่ยวข้องเกือบ 200 คน ท่ามกลางข้อสงสัยถึงการติดเชื้อ “กาฬโรคปอด” เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนความสำคัญของมาตรการความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ แต่ยังชวนให้กลับมาทำความรู้จักกับ “กาฬโรค” โรคติดเชื้อจากแบคทีเรีย Yersinia pestis ที่แม้จะพบไม่บ่อยในปัจจุบัน แต่ยังคงเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง โดยมีอัตราการเสียชีวิตเกือบ 100% หากไม่มีการรักษา

กาฬโรค (Plague/ Black disease/ Black death)

กาฬโรค คำว่า “กาฬ” แปลว่า ดำ หรือ ความตาย ตั้งชื่อตามชื่อโรคภาษาอังกฤษ คือ Black disease หรือ black death เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีอาการของโรคที่ทำให้ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำหรือม่วงคล้ำจากการตายของเนื้อเยื่อ  

โรคนี้เป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คน (zoonosis) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ Yersinia pestis เป็นแบคทีเรียแกรมลบ รูปท่อน ไม่เคลื่อนที่ ไม่สร้างเอนโดสปอร์  ในวงศ์ Enterobacteriaceae เจริญได้ในที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน (facultative anaerobe) สามารถเจริญได้ทั้งภายในเซลล์และนอกเซลล์ของผู้ติดเชื้อ (facultative intracellular bacteria) มีสัตว์ฟันแทะ (rodent) เช่น หนู กระรอก ฯลฯ และ หมัด (flea) ที่เป็นแมลงปรสิตของสัตว์ฟันแทะ เป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ (natural reservoir) สัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อจากแมลงปรสิตก็มีทั้งกลุ่มที่ป่วย/ตาย และกลุ่มที่ทนทานต่อการติดเชื้อ

มนุษย์สามารถติดเชื้อ Y. pestis ได้หลักๆ 3 ทาง คือ

1. โดนหมัดที่มีเชื้อกัด (Arthropod-borne transmission)

2. สัมผัสกับซากสัตว์ฟันแทะที่ป่วย/ตายจากการติดเชื้อ (Direct contact)

3. ติดต่อผ่านคนสู่คน (person-to-person) ทางการหายใจหรือละอองฝอย (Airborne transmission) - ในกรณีของกาฬโรคปอด

อาการทางคลินิกของกาฬโรค แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ

1. กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง (bubonic plague) – พบได้บ่อยที่สุดในทั้ง 3 กลุ่ม ประมาณ 80-90% อัตราการเสียชีวิตประมาณ 40-60% ถ้าไม่รักษา

2. กาฬโรคในกระแสเลือด (septicemic plague) – เป็นการลุกลามเข้ากระแสเลือดของกาฬโรคต่อมน้ำเหลือง อัตราการเสียชีวิตเกือบ 100% ถ้าไม่มีการรักษา

3. กาฬโรคปอด (pneumonic plague) - ทำให้เกิดการติดเชื้อจากคนสู่คน ผ่านสารคัดหลั่งของระบบทางเดินหายใจ อัตราการเสียชีวิตเกือบ 100% ถ้าไม่มีการรักษา

ถึงแม้ไทยจะไม่พบการเกิดกาฬโรค ตั้งแต่ พ.ศ. 2495 แต่ประเทศเพื่อนบ้านน่าจะยังพบโรคนี้อยู่ เช่น พม่า เวียดนาม จีน มองโกเลีย ฯลฯ จึงมีความเป็นไปได้ที่โรคนี้อาจจะกลับมาอีกครั้ง ดังนั้นมาตรการเฝ้าระวังและการให้ความรู้กับประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตามปัจจุบันมียาปฏิชีวนะที่ได้ผลดีในการรักษา จึงไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป

 

..............................................

บทความโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยสิทธิ์ นิยะสม
สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ