Black Ribbon Top Right
มหาวิทยาลัยทักษิณ เดินหน้าเปิดหลักสูตรสายสุขภาพ ปั้นกำลังคนด้านการแพทย์และสุขภาพ รองรับความต้องการ ของประเทศ
ฟังด้วยเสียง
0:00 / 0:00

มหาวิทยาลัยทักษิณ เดินหน้าเปิดหลักสูตรสายสุขภาพ ปั้นกำลังคนด้านการแพทย์และสุขภาพ รองรับความต้องการ ของประเทศ

15 เม.ย. 69 105

มหาวิทยาลัยทักษิณเดินหน้าพัฒนาหลักสูตรสายสุขภาพอย่างเป็นระบบ พัฒนาหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ให้มีความยืดหยุ่นและหลากหลายเพื่อรองรับความต้องการกำลังคนด้านการแพทย์และสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น และบูรณาการองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงทั้งด้านการแพทย์แผนปัจจุบัน (Modern Medicine) การแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Medicine) และการแพทย์ทางเลือก (Alternative Medicine) เข้าด้วยกัน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และให้บริการด้านสุขภาพแบบครบวงจร ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ภายใต้แนวคิดสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) สะท้อนบทบาทมหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมในการยกระดับระบบสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

แนวโน้มด้านสุขภาพกำลังเป็นทิศทางสำคัญของการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน เมื่อสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ความต้องการบุคลากรด้านการแพทย์และสุขภาพจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับระบบบริการสุขภาพ โรงพยาบาล ชุมชน และภาคเศรษฐกิจสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางบริบทดังกล่าว มหาวิทยาลัยทักษิณได้ปรับทิศทางการพัฒนาหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพอย่างเป็นระบบทั้ง “ต่อยอด แตกหน่อ ก่อใหม่ โครงสร้างการผลิตกำลังคนที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ผ่านการพัฒนาหลักสูตรใหม่ การจัดตั้งคณะและศูนย์เฉพาะทาง ตลอดจนการบูรณาการองค์ความรู้แบบสหวิทยาการ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สุขภาพในอนาคต

ก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบสุขภาพของมหาวิทยาลัย คือ การจัดตั้งศูนย์การแพทย์แบบองค์รวม (Holistic Medical Center) โดยมีแนวคิดในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนปัจจุบัน (Modern Medicine) การแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Medicine) และการแพทย์ทางเลือก (Alternative Medicine) เข้าด้วยกัน เพื่อให้บริการด้านสุขภาพแบบครบวงจร ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ภายใต้แนวคิดสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health) การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่มุ่งสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการที่สอดคล้องกับความต้องการของสังคม และการพัฒนาองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในระดับพื้นที่ ชุมชน และระดับประเทศแนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวโน้มของเศรษฐกิจสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การแพทย์ทางเลือก และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมดุล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง “นวัตกรรมสังคมด้วยนวัตกรรมสุขภาพแบบองค์รวมเพื่อคนทั้งมวล”

มหาวิทยาลัยทักษิณได้วางทิศทางการพัฒนาหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ให้มีความยืดหยุ่นและหลากหลายเพื่อรองรับความต้องการกำลังคนด้านการแพทย์และสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะวิชาชีพที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน เช่น หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต 2.5 ปี สำหรับผู้เรียนจบปริญญาตรีสาขาอื่น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางอาชีพเข้าสู่สาขาวิชาชีพที่มีความต้องการสูงในระยะเวลาอันสั้น ตอบโจทย์การขาดแคลนบุคลากรทางการพยาบาลของประเทศ ขณะเดียวกัน หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล ระยะเวลา 1 ปี ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านการดูแลสุขภาพพื้นฐาน ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะในบริบทของสังคมสูงวัยที่มีความต้องการการดูแลระยะยาวเพิ่มขึ้น การพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวของระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และการสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับผู้เรียนในสาขาที่มีความมั่นคงและมีบทบาทสำคัญต่อสังคม

นอกจากนี้มีการขยายโครงสร้างวิทยาศาสตร์สุขภาพแบบบูรณาการเพื่อรองรับทิศทางการพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ มหาวิทยาลัยทักษิณได้จัดตั้ง คณะแพทยศาสตร์ และหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต และขยายการจัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพในหลากหลายคณะ ได้แก่ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา คณะสหเวชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล และคณะวิศวกรรมศาสตร์

โครงสร้างดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยมีความพร้อมในการผลิตบัณฑิตด้านสุขภาพในหลากหลายสาขา ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและนโยบายการพัฒนาประเทศ หลักสูตรใหม่ในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ได้เปิดใหม่ ได้แก่ กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด เทคนิคการแพทย์ จิตวิทยาคลินิก วิศวกรรมชีวการแพทย์ ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ แพทย์แผนไทย โภชนาศาสตร์และการกำหนดอาหาร บูรณาการการจัดการสุขภาพและเวลเนส รวมถึงสาธารณสุขระดับบัณฑิตศึกษา สะท้อนแนวโน้มของการพัฒนากำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และสามารถทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพในระบบสุขภาพยุคใหม่

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยทักษิณในฐานะ “มหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม” ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงกับความต้องการของสังคมและชุมชน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับแนวโน้มของโลกที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะ คุณภาพชีวิต และการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม การพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพจึงเป็นทั้งกลไกสำคัญของระบบสาธารณสุข และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ในบริบทนี้ มหาวิทยาลัยทักษิณกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงการแพทย์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาสังคมเข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการสร้างระบบสุขภาพที่ครอบคลุม ยั่งยืน และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

.................................
ข่าว : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ