ในมหาวิทยาลัย ต้นไม้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงให้ร่มเงา แต่พื้นที่รอบตัวกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต ตั้งแต่ทางเดินใต้ร่มไม้ มุมพักระหว่างวัน ไปจนถึงพื้นที่สำหรับเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกัน เมื่อพื้นที่สีเขียวเปิดให้ทุกคนเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ธรรมชาติจึงไม่ได้อยู่แค่รอบมหาวิทยาลัย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนในมหาวิทยาลัยทักษิณ

ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง มีพื้นที่ป่าประมาณ 811 ไร่ และมีการปลูกป่าเพิ่มมากกว่า 200 ไร่ ขณะที่ช่วง พ.ศ. 2564–กันยายน 2569 มีการปลูกต้นไม้เพิ่มแล้ว 6,917 ต้น พร้อมบันทึกพันธุ์ไม้ไว้ 104 รายการ
ตัวเลขเหล่านี้บอกให้เห็นขนาดของพื้นที่สีเขียวที่อยู่ภายในมหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าจำนวนต้นไม้ คือการที่พื้นที่เหล่านี้สามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าการเป็นฉากหลังของมหาวิทยาลัย
เพราะต้นไม้หนึ่งต้นอาจเป็นทั้งร่มเงาระหว่างรอเรียน พื้นที่พักระหว่างวัน หรือแม้แต่จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เรื่องธรรมชาติ


จากต้นไม้รอบตัว สู่ห้องเรียนที่ไม่มีผนัง
ความหลากหลายของพันธุ์ไม้กว่า 100 รายการ ตั้งแต่กันเกรา พะยอม ยางนา พะยูง ประดู่แดง ชมพูพันธุ์ทิพย์ จิกนา อินทนิล ตะแบก ทองกวาว ไปจนถึงไม้ผล ปาล์ม ไผ่ และพืชอีกหลายชนิด ทำให้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยมีความหลากหลายของพืชและระบบนิเวศที่สามารถนำมาใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ได้
มหาวิทยาลัยจึงมีแนวทางพัฒนาฐานข้อมูลต้นไม้ไปสู่ Living Laboratory หรือพื้นที่เรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ คาร์บอน ระบบนิเวศ และการจัดการพื้นที่สีเขียว
การเรียนรู้จึงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน แต่อาจเริ่มจากต้นไม้ที่นิสิตเดินผ่านทุกวัน พื้นที่ป่าที่อยู่ใกล้อาคารเรียน หรือสิ่งมีชีวิตที่พบอยู่ในบริเวณเดียวกัน
ต้นไม้ต้นเดียวกันจึงอาจมีความหมายแตกต่างกันไปตามมุมมองของผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ ทั้งในฐานะร่มเงา แหล่งเรียนรู้ หรือข้อมูลสำหรับศึกษาระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม


ต้นไม้ที่ทำหน้าที่มากกว่าการให้ร่มเงา
นอกจากการเป็นแหล่งเรียนรู้แล้ว พื้นที่สีเขียวยังมีบทบาทในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และกักเก็บคาร์บอน โดยมีการประเมินศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนจากต้นไม้และพื้นที่ป่าไว้ประมาณ 27,766 kgCO2eq ในช่วง 3 ปี หรือ 27.766 tCO2eq หากเฉลี่ยเชิงตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 9.26 tCO2eq ต่อปี
ตัวเลขนี้ทำให้เห็นอีกด้านของต้นไม้ที่อาจมองไม่เห็นในชีวิตประจำวัน เพราะต้นไม้และพื้นที่ป่าไม่ได้เพียงสร้างร่มเงาและความร่มรื่น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบธรรมชาติที่ช่วยกักเก็บคาร์บอน
การอนุรักษ์พื้นที่ป่าเดิมและขยายพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นแนวทางสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในมหาวิทยาลัย โดยข้อมูลต้นไม้และพื้นที่สีเขียวยังสามารถนำมาใช้ประกอบการวางแผนดูแลพื้นที่และติดตามการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในอนาคตได้


พื้นที่สีเขียวกับการพัฒนามหาวิทยาลัยให้น่าอยู่
การดูแลพื้นที่สีเขียวไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเกี่ยวข้องกับการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน แนวทางนี้สอดคล้องกับนโยบาย Campus Life ของมหาวิทยาลัยทักษิณ ที่มุ่งพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิต ไม่ใช่เพียงสถานที่เรียนหรือทำงาน
ภายใต้แนวคิดดังกล่าว การอนุรักษ์และขยายพื้นที่ป่า รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว จึงควรเดินหน้าไปพร้อมกับการพัฒนาพื้นที่สำหรับพักผ่อน พบปะ และทำกิจกรรมของนิสิตและบุคลากร เพื่อให้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวัน โดยยังคงรักษาคุณค่าทางนิเวศของพื้นที่ไว้
พื้นที่สีเขียวจึงเชื่อมโยงการพัฒนามหาวิทยาลัยในหลายมิติ ทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้จากธรรมชาติ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของผู้คน


ท้ายที่สุด คุณค่าของพื้นที่สีเขียวไม่ได้อยู่ที่จำนวนต้นไม้หรือขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การรักษาธรรมชาติให้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัส เรียนรู้ และใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ
เพราะมหาวิทยาลัยที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีเพียงพื้นที่สำหรับสร้างความรู้ แต่ยังต้องรักษาพื้นที่ให้ธรรมชาติได้เติบโต และสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตไปพร้อมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล
.........................................................
งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ