Black Ribbon Top Right
CurmaCURE นวัตกรรมบาล์มสารสกัดขมิ้นชันพรีเมียม ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนสู่ตลาดดูแลสัตว์เลี้ยง

CurmaCURE นวัตกรรมบาล์มสารสกัดขมิ้นชันพรีเมียม ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนสู่ตลาดดูแลสัตว์เลี้ยง

20 มิ.ย. 69 183

ทีมนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุติมา แก้วพิบูลย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณวงศ์ บุนนาค
และ ดร.อับดุลวาหาบ สาแล๊ะ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม CurmaCURE บาล์มสารสกัดจากขมิ้นชันสำหรับดูแลผิวหนังสัตว์เลี้ยง ร่วมกับกลุ่มเกษตรกร "ย่านยาวโมเดล ขมิ้นพรีเมียม" ตำบลย่านยาว อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งถือเป็น
การบูรณาการงานวิจัยเชิงพื้นที่เพื่อยกระดับมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่นด้วยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

งานวิจัยที่ตอบโจทย์ชุมชนและตลาด
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุติมา แก้วพิบูลย์ และทีมวิจัยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ CurmaCURE จากการศึกษาวิจัยเชิงลึกเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของการใช้ขมิ้นชันแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะปัญหาสีเหลืองจัดที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้งานในสัตว์เลี้ยงขนสีอ่อน พร้อมทั้งต่อยอดความต้องการของกลุ่มเกษตรกรท้องถิ่นที่ต้องการเพิ่มมูลค่าผลผลิตขมิ้นชันอินทรีย์คุณภาพสูง

แนวคิดการวิจัยได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีการนำขมิ้นชันมาใช้รักษาแผลและโรคผิวหนังในคนและสัตว์ โดยอาศัยสรรพคุณทางธรรมชาติในการลดอักเสบ รักษาแผล และต้านเชื้อจุลินทรีย์

จุดเด่นเชิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผลงานวิจัย CurmaCURE มีนวัตกรรมที่โดดเด่น 3 ประการ ได้แก่
1. เทคโนโลยีอิมัลชันสำหรับสารสกัดขมิ้นชัน
ทีมวิจัยได้พัฒนากระบวนการสกัดสารออกฤทธิ์เข้มข้นจากขมิ้นชัน และนำมาพัฒนาให้อยู่ในรูปของอิมัลชัน เพื่อลดสีเหลืองจัดที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน ทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่ทิ้งคราบสีบนขนสัตว์เลี้ยง โดยยังคงประสิทธิภาพของสารเคอร์คูมินอยด์ไว้ครบถ้วน

2. การวิเคราะห์และคัดเลือกองค์ประกอบกลิ่นเชิงวิทยาศาสตร์ มีการวิเคราะห์องค์ประกอบกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นชันอย่างเป็นระบบ และคัดเลือกเฉพาะองค์ประกอบที่ปลอดภัยและไม่มีกลิ่นฉุน เพื่อให้กลิ่นของผลิตภัณฑ์อ่อนโยนและเป็นที่ยอมรับทั้งต่อสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ

3. ระบบควบคุมคุณภาพวัตถุดิบด้วยนวัตกรรม ใช้ระบบการผลิตขมิ้นชันอินทรีย์คุณภาพสูงของกลุ่มเกษตรกรที่มีการควบคุมปริมาณสารเคอร์คูมินอยด์ด้วยนวัตกรรมการตรวจวัดแบบพกพา รับประกันมาตรฐานและความสม่ำเสมอของวัตถุดิบในทุกแบตช์การผลิต

สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจ
ผลงานวิจัย CurmaCURE เป็นตัวอย่างของการบูรณาการงานวิจัยกับชุมชน สร้างผลกระทบในหลายมิติ ดังนี้

ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
   • เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น สร้างรายได้ให้เกษตรกรและกลุ่มแปรรูปในชุมชน
   • ต่อยอดการจ้างงานในพื้นที่ ทั้งในกระบวนการผลิตวัตถุดิบ การแปรรูป และการจัดจำหน่าย
   • เป็นต้นแบบของการนำนวัตกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสานกับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

ด้านการขยายตลาดสมุนไพรไทย
   • เปิดตลาดใหม่ของสมุนไพรไทยสู่กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ใส่ใจสุขภาพสัตว์และสิ่งแวดล้อม
   • เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในระดับประเทศและต่างประเทศ
   • จัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย

ด้านคุณภาพและความปลอดภัย
   • ผลิตภัณฑ์ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีอันตราย
   • มีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับการใช้งานกับสัตว์เลี้ยง
   • ได้รับการยอมรับจากกลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยง ผู้ประกอบการคลินิกสัตวแพทย์ และร้านผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงที่ต้องการผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่มีคุณภาพ

งานวิจัยเพื่อความยั่งยืน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุติมา แก้วพิบูลย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณวงศ์ บุนนาค และ ดร.อับดุลวาหาบ สาแล๊ะ ได้ออกแบบโครงการวิจัยให้สอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้ระบบเกษตรอินทรีย์ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตท้องถิ่น และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อทั้งมนุษย์และสัตว์

ผลงานวิจัย CurmaCURE จึงไม่เพียงเป็นนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์สำหรับดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง แต่ยังเป็นตัวอย่างของการขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงพื้นที่ที่สร้างผลกระทบที่แท้จริงต่อชุมชนและสังคม สร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

-------------------------------------------

ข่าว : งานสื่อสารองค์กร สำนักงานมหาวิทยาลัย